พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้ง ในเขตจังหวัดนครราชสีมา

          วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2559 เวลา 14.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางมาตรวจราชการการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้ง ในเขตจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวรายงานการวางแผนเสริมศักยภาพการจัดการน้ำตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ในจังหวัดนครราชสีมามีแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่ที่สำคัญ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำปลายมาศ โดยมีแม่น้ำมูลเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร และการอุปโภคบริโภคของชาวโคราช แต่ในพื้นที่ก็ยังคงประสบกับปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งแทบทุกปี โดยเฉพาะในปี 2553 และ 2556 ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาน้ำท่วมในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง ลำพระเพลิง และลำเชียงไกร ทำให้เกิดความเสียหายพื้นที่เกษตรและชุมชนเมืองตลอดทั้งสองฝั่งลำน้ำ จากเหตุการณ์ดังกล่าว กรมชลประทานจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำมูล เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้งระบบ ได้วางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของเชื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง เช่น การปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง และอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน) ตลอดจนการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม ส่วนพื้นที่กลางน้ำได้มีมาตรการชะลอน้ำ โดยการพัฒนาพื้นที่เป็นแก้มลิงสำหรับเก็บน้ำและชะลอน้ำ สร้างระบบผันน้ำและระบายน้ำออกนอกพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง สำหรับพื้นที่ปลายน้ำมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลำน้ำธรรมชาติ ให้สามารถระบายน้ำในฤดูน้ำหลากได้มากขึ้น กรมชลประทานได้น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการอ่างพวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำให้กับเขื่อนลำพระเพลิง โดยการยกระดับอาคารระบายน้ำล้นให้สูงขึ้น จนสามารถเพิ่มความจุเดิม 105 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 155 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมกับปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง เพื่อเพิ่มความจุจาก 12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 22 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับทำการผันน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงไปอ่างเก็บน้ำลำสำลาย และขุดลอกอ่างเก็บน้ำลำสำลาย เพื่อเพิ่มความจุจากเดิม 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 42.20 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครการฯ สามารถรองรับการใช้งานในฤดูฝนนี้ได้แล้ว เป็นแนวทางการแก้ปํญหาอย่างยั่งยืน เกษตรกรในพื้นที่เดิม 75,000 ไร่มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 176 ล้านบาท/ปี มีพื้นที่เกษตรเกิดใหม่อีก 18,000 ไร่ มีรายได้เพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท/ปี และยังบรรเทาปัญหาพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอปักธงชัย และอำเภอโชคชัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่และอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จากโครงการต่างๆที่ได้กล่าวมาทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูลอย่างเป็นระบบ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูล ระหว่างปี 2558 - 2569 รวม 1,415 โครงการ หากดำเนินการเสร็จแล้วทั้งหมด จะเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืนและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดขึ้นในลุ่มน้ำมูลต่อไป โดย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายบำรุงรักษา นายชิตชนก สมประเสริฐ ผส.ชป.8 นายกฤษณ์ วิไลกิจ ผคบ.ลำพระเพลิง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
   
   
   
   
   
   
   
   

สำนักงานชลประทานที่ 8
905 ถ.สืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทร 0-4435-4131- 4 แฟกซ์ 0-4435-3193, 0-4435-4147
Powered by. Allweb Technology All Rights Reserved.